กินอยู่อย่างไรไกล“อัมพฤกษ์อัมพาต”


      ...

     ปัจจุบัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามารับการบำบัดฟื้นฟู มาด้วยอาการอัมพฤกษ์อัมพาต หรือภาวะร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง -แน่นอนว่า เป็นภาวะที่ไม่มีใครอยากให้ตัวเองหรือคนที่เรารักต้องมาเป็น เพราะเมื่อเป็นแล้ว มักส่งผลให้จำกัดการดำรงชีวิต และการทำงาน ไม่จำกัดแค่เฉพาะตัวผู้ป่วยเอง แต่รวมถึงสมาชิกในครอบครัวด้วยไม่มากก็น้อย ตามแต่ความรุนแรง

     ทั้งนี้ที่น่าตกใจยิ่งขึ้นในปัจจุบันคือผู้ป่วยที่เข้ามารับการปรึกษา เริ่มมีอายุน้อยลง เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุเพียง 30-40 กว่าๆแสดงให้เห็นว่าอายุไม่ใช่ปัจจัยหลักปัจจัยเดียวของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอีกต่อไป หลายๆ ท่านอาจจะเริ่มสงสัยว่าแล้วเราจะหลีกเลี่ยงโรคนี้ได้อย่างไร ซึ่งจากข้อมูลสถิติขององค์กรอนามัยโลก พบว่า จริงๆ แล้ว ปัจจัยที่ส่งเสริมหรือป้องกันโรคหลอดเลือดสมองนั้น ก็คือพฤติกรรมการกินอยู่ การใช้ชีวิต 5 ประการ ที่เราสามารถควบคุมได้ทั้งสิ้น ปัจจัย 5 ประการที่ควรลด ละ เลิก เพื่อห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่

     1.เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งใจทำเพื่อคนที่เรารัก ตั้งเป้าหมายชัดเจนและสามารถเริ่มได้ทันที หากต้องการคำปรึกษา ระหว่างกระบวนการเลิก โทร.1413 สายด่วนเลิกสุรา

     2.เลิกบุหรี่ ไม่ว่าจะสูบเองหรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ก็ตาม อาศัยความตั้งใจและเป้าหมายที่ชัดเจน เช่นเดียวกันกับสุรา และควรหากิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อไม่ให้กลับไปสูบอีก หากต้องการคำปรึกษา โทร.หาสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600

     3.เลิกคิดลบ เลิกนอนดึก เลิกเครียด เพราะความคิดและมุมมองก่อให้เกิดอารมณ์ที่ทั้งเป็นบวกหรือเป็นลบได้ อารมณ์ที่เป็นลบต่างๆ ทั้งเศร้า วิตกกังวล โกรธ ส่งผลต่อระบบการทำงานของอวัยวะสำคัญๆ ทั้งสิ้น เช่น เมื่อมีอารมณ์โกรธบ่อยๆ นานๆ ทำให้ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกได้ อารมณ์วิตกกังวลนานๆ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

     4.เลิกรับประทานอาหารรสจัด (หวาน มัน เค็ม) อาหารขยะ อาหารแปรรูป เพราะอาหารกลุ่มดังกล่าว ทำให้ร่างกายต้องรับภาระมาก เช่น เค็มมาก ทำให้ไตทำงานหนัก ความดันโลหิตสูง นำไปสู่หลอดเลือดสมองเสื่อมเร็ว หวานๆ มันๆ พลังงานสูงเกิน ไปเก็บเป็นไขมันในช่องท้อง ตามกระแสเลือด ทำให้หลอดเลือดอักเสบ เสื่อมแข็งก่อนเวลาอันควร เป็นต้น อาหารกลุ่มที่เป็นประโยชน์และควรรับประทานทุกมื้อ ได้แก่ ผักผลไม้สด

     5.เลิกใช้ชีวิตนั่งๆ นอนๆ ติดหน้าจอ หันมาขยับเนื้อขยับตัว ออกกำลังเพียง 150 นาทีต่อสัปดาห์ (เดินเร็ว วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ5 วันเป็นต้น) ก็ให้ประโยชน์สุขภาพ เผาไขมันส่วนเกิน ลดอ้วนลงพุง ทั้งนี้การออกกำลังกายมีหลากหลายประเภทและมีข้อควรระวังสำหรับบุคคลต่างๆ กัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อออกแบบโปรแกรมให้มีความปลอดภัยและตรงวัตถุประสงค์

     หากเราตั้งใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ลด ละ เลิก ปัจจัย 5 ประการดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะห่างไกลอัมพฤกษ์อัมพาตเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงอีกหลายๆ โรคในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั้งหมด ที่เรียกย่อๆ กันว่า NCD (Non-communicable diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง อ้วนลงพุง เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีอาการย่อมคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียใจ “รู้อย่างงี้ก็............” ในภายหลัง

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 
©2555, โรงพยาบาลองค์การบริหาร่ส่วนจังหวัดภูเก็ต
18, 20 ถ.อนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์: 076 358888 โทรสาร: 076 354817 สายด่วน: 1131