เคล็ดไม่ลับ .. ลดเสี่ยงโรคเบาหวาน


      นพ. พัลลภ เทพวงค์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต
      ข้อมูลล่าสุดในปัจจุบันของประชากรไทยใน 11 คน
จะพบผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 1 คน เนื่องจากต้องทำงานหนักแข่งกับเวลา
และมีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง ทำให้อัตราเสี่ยงของคนที่เป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น
 ข้อมูลล่าสุดของสมาคมโรคเบาหวาน คนที่เป็นโรคเบาหวานทุกๆ 5 คน จะมี 1 คนใน5 คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน เมื่อรู้ตัวเองเป็นโรคเบาหวานก็จะมีภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานเกิดขึ้นแล้ว

โรคเบาหวานเกิดขึ้นได้อย่างไร
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง โดยโรคเบาหวานจะแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ
-          โรคเบาหวาน  Type I คือโรคเบาหวานที่ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เลย อาจจะเกิดจากพันธุกรรม ซึ่งจะเป็นตั้งแต่กำเนิด เจอได้น้อย  การรักษาจะรักษาด้วยยาฉีด แต่โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นและทำการรักษาตั้งแต่แรกเกิด โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้เกือบ 100 % จะได้รับการรักษาโดยการฉีดยาอินซูลิน
-          เบาหวาน Type II คือ  โรคเบาหวานเกิดจากสภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เกิดจากพันธุกรรมในครอบครัว หมายความว่า ร่างกายจะแข็งแรงปกติ พออายุมากขึ้นไม่ได้ดูแลตัวเอง รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เมื่อมีอายุมากขึ้น  ร่างกายก็จะเริ่มดื้อต่อ อินซูลิน  รับประทานอาหารเข้าไปร่างกายไม่สามารถเอาน้ำตาลไปใช้ได้หมด ก็จะก่อให้เกิดเป็นเบาหวาน
การคัดกรองปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้นของคนที่เป็นโรคเบาหวาน
-          ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน หรือมีอาการของโรคเบาหวาน
-          น้ำหนักลด ไม่ทราบสาเหตุ
-          หิวกระหายน้ำเยอะ
-          ปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อย
-          หรือในผู้หญิงมีการติดเชื้อในช่องคลอด จากที่ไม่เคยมีประวัติการติดเชื้อ
-          แผลหายช้า
ถ้าปกติที่ผ่านมามีร่างกายที่แข็งแรง แล้วพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นมา ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและตรวจรักษา จะได้ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้
 
สภาวะแทรกซ้อน
ถ้าหากผู้ป่วยละเลยและไม่ดูแลตัวเองก็จะเกิดสภาวะแทรกซ้อน  ซึ่งมีผลต่ออวัยวะต่างๆ ที่สำคัญคือ
1. ระบบไต เพราะโรคเบาหวานทำให้ไตเสื่อม ถ้าหากระบบไตเสื่อม จะมีความยากลำบากต่อการรักษา เนื่องจากยากินบางชนิดไม่สามารถใช้ในการรักษาได้ เพราะยากินบางชนิดจำเป็นต้องใช้ไตในการขับยาออกมา รวมถึงการดูแลตัวเอง เรื่องอาหารการกินในประจำวันก็จะยุ่งยากมากขึ้น ที่สำคัญหากอาการเริ่มเป็นเยอะขึ้น คนไข้ต้องเข้ารับการฟอกไต
2. ระบบตา ที่เรียกว่าเบาหวานขึ้นตา อาการเริ่มแรกคือ ระบบสายตาการมองเห็นไม่ชัด เสี่ยงถึงขั้นสามารถทำให้ตาบอดได้ เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน จึงควรได้รับการตรวจตาอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี
3. ระบบหลอดเลือด ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัวได้ง่าย ถ้าเกิดที่หัวใจสามารถทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน   ถ้าหากเกิดที่สมองก็จะทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองตีบ
ทั้งนี้ถ้าหากรู้ว่าเป็นโรคเบาหวานแล้วควรเลือกกินอาหารดูแลตัวเองและตรวจเช็คสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอ ก็จะสามารถป้องกันโรคเบาหวานที่จะมีผลต่อไต  ตา หรือหลอดเลือดได้ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ถ้าเกิดขึ้นแล้วโอกาสที่จะรักษาหายค่อนข้างน้อยจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจะดีที่สุด
การรักษา
-          การควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
-          การรักษาด้วยยาฉีด  Insulin
-          การรักษาด้วยการกินยา
การป้องกันก่อนเกิดโรคเบาหวาน
-          ให้ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวาน
-          หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมัน อย่างเช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารสะดวกซื้อ             อาหารแช่แข็ง ขนมกรอบขบเคี้ยว
-          ควบคุมน้ำหนัก เช่นการออกกำลังกาย
-          งดการสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา
ที่มา:

 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 
©2555, โรงพยาบาลองค์การบริหาร่ส่วนจังหวัดภูเก็ต
18, 20 ถ.อนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์: 076 358888 โทรสาร: 076 354817 สายด่วน: 1131