เพื่อนเรา (ซึม) เศร้าทำไงดี?


      เพื่อนเรา (ซึม) เศร้าทำไงดี?

          จากคนที่ชอบพูด ชอบคุย ชอบออกไปไหนมากไหนกับเพื่อน ดูหนัง ฟังเพลง ทุกอย่างมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป แม้ว่ากับบางคนอาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเปลี่ยนแล้วก็เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือโดยสิ้นเชิง อาการเหล่านี้ คนสนิทอย่านิ่งนอนใจ เพราะเขาอาจกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก็ได้
'โรคซึมเศร้า' เป็นภัยเงียบด้านสุขภาพ เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกอาชีพ  “ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีรายละเอียดและวิธีรักษาที่แตกต่างกัน แต่จะมีจุดร่วมที่สามารถทำความเข้าใจและช่วยให้บุคคลรอบข้างมีวิธีปฏิบัติเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจดีขึ้น” นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล อดีตนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต บอกถึง วิธีปฏิบัติในการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในระดับต่าง ๆ ดังนี้        
          1.  อาการซึมเศร้าเล็กน้อย ควรเน้นการปรับกิจวัตร โดยเฉพาะหากมีอาการเศร้าเรื้อรัง ที่เป็นมานาน มักเกิดจากนิสัยขี้กังวลและการขาดทักษะจัดการอารมณ์และจัดการสถานการณ์ชีวิต ควรฝึกทักษะจัดการปัญหาเชิงรุก ทักษะจัดการอารมณ์ การสื่อสาร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความรู้สึกดีและความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง
          2.  อาการซึมเศร้ามีปานกลาง ยาและการปรับกิจวัตรจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะการกินอาหารที่ดีกับสุขภาพ การนอนเพียงพอ การออกกำลังกายให้มากพอ และการทำกิจกรรมผ่อนคลาย และถ้าเป็นไปได้ ควรฝึกการมีสติรู้ทันความคิดนึก ประยุกต์ใช้สติเพื่อการดูแลเรื่องอารมณ์ของตัวเอง ระวังการมองอารมณ์ลบว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธหรืออารมณ์เศร้า เพราะอารมณ์เป็นธรรมดาของชีวิตคนเรา สิ่งสำคัญคืออารมณ์บอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา
          3.  อาการซึมเศร้ามาก ควรเน้นให้กินยาสม่ำเสมอ และให้กำลังใจว่า อาการจะดีขึ้น หากเป็นไปได้ ควรชวนให้ได้เดินออกกำลังกายเบา ๆ ช่วงแสงแดดอ่อน ชวนทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เท่าที่เขาพร้อมจะทำ
          4.  ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความคิดฆ่าตัวตาย ไม่ควรละเลยโดยเข้าใจเอาเองว่า คนพูดถึงความคิดฆ่าตัวตายเป็นการเรียกร้องความสนใจ และไม่ลงมือทำจริง เพราะในความเป็นจริง การบอกถึงความคิดฆ่าตัวตาย สะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ในใจ ที่ทำให้เขาสิ้นหวังกับการมีชีวิต เป็นสัญญาณเตือนให้รีบขอความช่วยเหลือ ควรให้จิตแพทย์หรือคนทำงานด้านสุขภาพจิตได้ช่วยประเมินความเสี่ยงและร่วมกันกำหนดแนวทางช่วยเหลือ

          โรคซึมเศร้าสามารถรักษาให้หายได้ แต่ขั้นแรกจะต้องเริ่มจากความเข้าใจในโรคนี้ก่อน ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวผู้ป่วยเองแต่ยังรวมถึงคนรอบข้างด้วย โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุด จะช่วยได้มากด้วยการให้ความเข้าใจและใส่ใจอย่างถูกวิธี โรคซึมเศร้าอาจรุนแรงจนถึงระดับที่นอกจากจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยตัดสินใจจบชีวิตตัวเองได้ ทั้งนี้คนทั่วไปมักจะคิดว่าตนเข้าใจโรคซึมเศร้า เพราะเคยรู้สึก 'เศร้าใจ' เป็นบางช่วงเวลา หรือเคยมีบางสิ่งบางอย่างทำให้เขารู้สึกเสียใจมาบ้างและสามารถรับมือได้ นพ.ประเวช เล่าต่อถึงกรณีผู้ป่วยซึมเศร้าว่า เขาอาจไม่มีพลังและความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะดีขึ้นได้ ไม่มีแรงไปออกกำลังกาย ไม่อยากทำอะไร วิธีปฏิบัติตัวต่อกันจึงควรเป็นไปด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของโรค อย่าเพิ่งตัดสินว่า การที่เขาไม่ทำ หรือทำไม่ได้ แปลว่า เขาขี้เกียจ ไม่มีวินัย ไม่ยอมช่วยเหลือตัวเอง หรือเรียกร้องความสนใจ ความคิดเช่นนี้กลับจะยิ่งทำให้เราปฏิบัติต่อเขาในแบบตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์ บังคับ และทำให้อาการแย่ลงได้
          วิธีปฏิบัติตัวต่อผู้ป่วยซึมเศร้า คือ ให้กำลังใจ ชวนทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยแบบรับฟัง ไม่ตัดสิน ไม่ต้องพยายามให้คำตอบว่าควรทำอย่างไร ในกรณีของสมาชิกในครอบครัว ถ้าไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ก็ให้ใช้การสัมผัสและการแสดงความรักความห่วงใยผ่านการกระทำ เช่น จัดเวลาทำกิจกรรมที่ชอบร่วมกัน
ตัวอย่างคำพูดที่ควรพูดเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
          ·  อยากให้ฉันกอดไหม
          ·  เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ
          ·  เธอสำคัญสำหรับเสมอนะ
          ·  ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอนะ
          ·  ฉันอาจไม่เข้าใจ แต่เข้าใจเธอนะ
          ·  ฉันรักเธอนะ

คำพูดที่ควรหลีกเลี่ยงในการให้กำลังใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
          ·  ลืม ๆ มันไปซะเถอะ
          ·  ไม่อยากรู้สึกแบบนี้ ก็เลิกคิดสิ
          ·  ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ผ่านไป
          ·  จะเศร้าไปถึงไหนกัน
          ·  เข้าใจว่ารู้สึกอย่างไร ฉันก็เคยเป็น
          ·  เลิกเศร้าได้แล้ว


          คำบางคำฟังแล้วมีกำลังใจได้ความรู้สึกที่ดี แต่คำอีกหลายๆ คำก็สามารถทิ่มแทงจิตใจให้น้ำตาตกได้ สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยง คือ คำพูดในทางตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ คำพูดกระตุ้นให้กำลังใจที่เน้นให้คิดบวกว่าต้องทำได้สิ ๆ
เพราะกลับจะยิ่งกระตุ้นให้เขารู้สึกล้มเหลวมากยิ่งขึ้น

         เมื่อสุขภาพกายดี สุขภาพจิตก็จะดีตาม การสนับสนุนให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในการเยียวยาจิตใจของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพกายที่ดีผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการวิ่งที่ สสส. ได้ร่วมจัดอยู่เป็นประจำทั่วประเทศ เพราะการวิ่งจะช่วยให้ผู้วิ่งหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา นักวิ่งจะรู้สึกว่าความเมื่อย ความเหนื่อย หายไปหลังจากได้วิ่งต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที และเมื่อนักวิ่งเข้าเส้นชัย ไม่ว่าจะได้รางวัล หรือไม่ได้รางวัลก็ตาม เขาจะมีความรู้สึกสดชื่น และทำให้จิตใจของผู้วิ่งเบาสบายอีกด้วย     
นอกจากนี้ นายแพทย์เฟร็ด กู๊ดวิน แห่งสถาบันสุขภาพจิตของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงการออกกำลังกายว่า ย่อมต้องมีการจัดสรรเวลาและบังคับตัวเองให้มีวินัยอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ทำตามเป้าหมายได้จะเกิดความภูมิใจอยู่เงียบ ๆ เพราะความรู้สึกใดที่ดีต่อตัวเอง จะช่วยให้อารมณ์และจิตใจผ่องใสขึ้น
        
  นอกเหนือจากการกินยาเป็นประจำ การปรับกิจวัตรประจำวันโดยเพิ่มกิจกรรมทางกายเข้าไป ชวนให้ผู้ป่วยมาออกกำลัง
 

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 
©2555, โรงพยาบาลองค์การบริหาร่ส่วนจังหวัดภูเก็ต
18, 20 ถ.อนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์: 076 358888 โทรสาร: 076 354817 สายด่วน: 1131