"มะเร็งปากมดลูก"
มะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย
       มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 2 ในสตรีทั่วโลก และพบมากเป็นอันดับหบึ่งในผู้หญิงไทย อุบัติการณ์ของไทยประมาณ 2;10,000 คน/ปี เฉลี่ยประมาณ 6,000 คน/ปีในประเทศไทย หรือเฉลี่ยคนไทยเป็นโรคนี้วันละ 20 คน คิดเป็น 40% หรือวันละ 8 คน ที่ต้องเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกคืออะไร
       มะเร็ง คือ เนื้อร้ายภายในร่างกายที่เจริญเติบโตขี้นโดยปราศจากการควบคุุม
       ปากมดลูก คือ อวัยวะในร่างกายสตรี เป็นส่วนหนึ่งของมดลูก อยู่ภายในช่องคลอดมีหน้าที่ ป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอกร่างกายและเป็นทางผ่านของสิ่งคัดหลั่งจากมดลูก
       มะเร็งปากมดลูก เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก สามารถแพร่ขยายลุกลามและกดเบียด อวัยวะใกล้เคียงมดลูกภายในอุ้งเชิงกราน และสามารถกระจายไปยัง ปอด ตับ ลำไส้ หรือสมอง ทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะเหล่านั้น ตามมาได้
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก
       เพศหญิง เช่น การมีคู่นอนหลายคน, การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย, มีประวัติเป็นกามโรค, การไม่มารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก
       เพศชาย เช่น สามีที่มีองคชาติเป็นมะเร็ง, แต่งงาบกับชายที่เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก, ชายซึ่งมีเชื้อกามโรค, ชายที่มีคู่นอนหลายคน
เชื้อ HPV คืออะไร
       เชื้อ HPV คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ทนต่อความร้อนและความแห้งแล้งได้สูงมาก เกาะติดตามผิวหนัง อวัยวะเพศ เสื้อผ้าหรือกระจายอยู่ในรูปละอองได้ การติดเชื้อส่วนใหญ่ติดมากจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อนี้ในอวัยะเพศ ซึ่งการติดในผู้ชายหรือหญิงส่วนใหญ่ ไม่มีหรือไม่แสดง
เชื้อ HPV มีกี่ชนิด
       มากกว่า 100 ชนิด/สายพันธ์ มีเพียง 40 สายพันธ์ที่ทำให้เกิดรอยโรคบริเวณอวัยะเพศหรือทวารหนัก ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามศักยภาพในการก่อให้เกิดมะเร็ง

       1. กลุ่มเชื้อ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง
       ซึ่งสามารถก่อให้เกิดรอยโรคขั้นต่ำไปจนถึงขั้นสูงของเยื้อบุปากมดลูกจนถึงขั้นมะเร็ง สายพันธ์ที่สามารถพบได้ เช่น สายพันธ์ที่ 16, 18
       สายพันธ์ที่ 16ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 50%
       สายพันธ์ที่ 18ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 20%

       2. กลุ่มเชื้อ HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำ
       ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่มีศักยภาพทำให้เกิดโรคมะเร็งต่ำหรือไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น HPV 6, 11
อาการของผู้ติดเชื้อ HPV
       ผู้หญิงแต่งงานแล้วมีโอกาสติดเชื้อ HPV มากถึง 50-80% โดยการสัมผัสหรือมีเพศสัมพันธ์ แต่มากกว่า 90% ของคนที่ติดเชื้อจะหายไปเอง มีไม่ถึง 10% ที่ยังมีเชื้อคงอยู่จนก่อให้เกิดรอยโรคและมะเร็งปากมดลูก
       การติดเชื้อจะไม่มีอาการผิดปกติให้เห็นชัดเจน ส่วนใหญ่ติดเชื้อโดยไม่ทราบว่ายังมีเชื้อ HPV อยู่ นอกจากตรวจหาเซลล์ผิดปกติที่เรียกว่า "Pap Smear"
ระยะมะเร็งปากมดลูก แบ่งเป็น 2 ระยะ
       1. ระยะก่อนมะเร็งลุกลาม ระยะนี้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ตรวจได้จากการตรวจเซลล์คัดกรองจาก Pap smear หรือการตรวจปากมดลูก
       2. ระยะมะเร็งลุกลาม แบ่งเป็น 4 ระยะย่อยๆ คือ ระยะที่ 1,2,3 และ 4 ในระยะนี้จะพบมีอาการผิดปกติแล้ว ทั้งนี้ขี้นกับลักษณะของก้อนมะเร็ง และอวัยวะที่ปากมดลูกมีการลุกลามหรือแพร่กระจายไป
       อาการที่พบมากที่สุด คือ การมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด พบได้ 80-90% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ซึ่งอาจเป็นเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือนหรือเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวปนเลือด และมักมีกลิ่นเหม็นหรือมีเลือดออกเป็นก้อนถึงบางทีตกเลือด สตรีที่มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดจึงควรพบแพทย์ เพื่อตรวจภายใน ถึงแม้ไม่มีเพศสัมพันธ์มานานแล้ว หรือหมดประจำเดือนมานานแล้วก็ตาม
การรักษา
       การผ่านตัด, การรักษาด้วยรังสี, การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด และการรักษาร่วมหลายวิธีรวมกัน

       การป้องกันมะเร็งปากมดลูกแบ่งได้เป็น 3 ระดับ
       ปฐมภูมิ หลีกเลี่ยงสาเหตุของการติดเชื้อ ปัจจุบันมีการเสร็มสร้งภูมิคุ้มกันการติดเชื้อ HPV โดยการฉีดวัคซีนซึ่งสามารถลดการติดเชื้อ HPV สายพันธ์ 16, 18 ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งได้ถึง 70%
       ทุติยภูมิ การตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก เพื่อมีโอกาสหาความผิดปกติระยะขั้นต้นก่อนลุกลามที่เรียกว่าตรวจ "Pap smear"
       ตติยภูมิ การรักษามะเร็งปากมดลูกและการรักษาประคับประคองเพื่อให้หายจากโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดี การป้องกันในระดับนี้ถือว่าแย่สุดในบรรดา 3 วิธีข้างต้น คือ ป้องกันเมื่อเป็นมะเร็งแล้วนั้นเอง
 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 
©2555, โรงพยาบาลองค์การบริหาร่ส่วนจังหวัดภูเก็ต
18, 20 ถ.อนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์: 076 358888 โทรสาร: 076 354817 สายด่วน: 1131